Hill's® Prescription Diet® a/d® Recovery Canine/Feline
Hill's® Prescription Diet® a/d® Recovery คืออาหารเปียกประกอบการรักษาโรคสำหรับสุนัขและแมวในช่วงพักฟื้นจากการผ่าตัด, บาดเจ็บ, หรือป่วยหนัก มีจุดเด่นคือพลังงานสูง โปรตีนและไขมันคุณภาพสูง ย่อยง่าย รสชาติอร่อยช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร และเนื้อสัมผัสนุ่มพิเศษ เหมาะสำหรับการป้อนด้วยเข็มฉีดยาหรือทางสายยาง
ระบบเผาผลาญของแมวและสุนัขสามารถเปลี่ยนแปลงเมื่อฟื้นตัวจากการผ่าตัด,การเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ ขณะอยู่ภายใต้สภาวะที่เครียดระบบป้องกันตามธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงจะอ่อนแอลง จึงจำเป็นอย่างมากในการให้อาหารที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยให้ฟื้นตัว
นักโภชนาการและสัตวแพทย์ของ Hill จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ Prescription Diet® a / d® ซึ่งเป็นโภชนาการที่ได้รับการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าเหมาะสำหรับสุนัขและแมวในระยะฟื้นตัวจากสถานะที่อ่อนเพลีย
คุณสมบัติประโยชน์ :
- มีโปรตีนและไขมันที่มีคุณภาพสูงและย่อยได้ง่ายเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น
- มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันและลดความเครียดจากการเกิด oxidative
- เพิ่มระดับวิตามินบีและสังกะสีเพื่อช่วยฟื้นฟูการฟื้นตัวของผิวและระบบป้องกันร่างกายตามธรรมชาติ
- ลดการสูญเสียด้วยการเพิ่มโพแทสเซียม
- รสชาติที่อร่อยที่จะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้สัตว์เลี้ยงที่ป่วยและกระตุ้นการให้อาหารในช่วงต้น
- ผลิตภัณฑ์มีความเนียนนุ่ม, ชุ่มชื่นและลักษณะพิเศษที่สามารถเปลี่ยนสถานะจากเจลเป็นของเหลวทำให้ง่ายต่อการให้อาหาร ด้วยมือ,ชาม,ช้อน, เข็มฉีดยาหรือทางสายยาง
- พลังงานสูงและสารอาหารเข้มข้น: ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับพลังงานเพียงพอแม้จะกินได้น้อย
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดภาวะเครียดจากการเกิดออกซิเดชั่น (Oxidative stress)
- ใช้ได้ทั้งสุนัขและแมว: เหมาะสำหรับกรณีต้องการอาหารฟื้นฟูร่างกายอย่างเร่งด่วน
ข้อห้ามใช้:
- ไม่แนะนำให้ใช้ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงมีภาวะคั่งน้ำ (Fluid retention)
- ไม่แนะนำสำหรับสัตว์ที่มีภาวะโรคไตที่ต้องการควบคุมโปรตีนหรือฟอสฟอรัส
- ไม่แนะนำสำหรับสัตว์ที่มีภาวะตับวายขั้นรุนแรงที่เสี่ยงต่อภาวะสมองจากโรคตับ (Hepatic encephalopathy)
- ไม่แนะนำสำหรับสัตว์ที่มีภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันโดยไม่มีการควบคุม
สิ่งสำคัญ :
- เนื่องจากเป็นอาหารทางการแพทย์ที่ใช้ในภาวะวิกฤต การปรึกษาและติดตามอาการกับสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด